เดือนนี้ธุรกิจช่างเงียบงัน ซึ่งเทียบกับเดือนก่อนรายได้ผมลดครึ่งต่อครึ่ง
เพื่อนผมหลายๆคนและตามเว็บบอร์ดที่ผมเข้าประจำก็บอกว่าไม่ใช่แค่เดือนนี้ เป็นตั้งแต่เดือนก่อนแล้วพวก ซึ่งปกติผมก็ทำการค้า e-commerce อยู่ เดือนก่อนลูกค้าถามสินค้ามาซื้อครึ่งต่อครึ่ง เดือนนี้ถามสามถามสี่ ซื้อแค่คนเดียว บางคนถาม ไม่ต่อราคาก็หาย บางคนบอกจะโอนแน่นอน ก็หาย ให้มันได้ยังงี้ซิน่าเดือนมิถุนายน ซึ่งรวมๆผมก็พอจะเข้าใจและทำใจได้ในปัจจัยหลายๆเหตุผลที่ทำให้คนที่จะซื้อขายจับจ่ายอะไรก็ต้องชะงัก เท่าที่ผมดูแล้วซึ่งเป็นปัจจัยกระทบจริงๆก็คือ
1.เด็กเปิดเทอม
ความจริงน่าจะมีผลตั้งแต่เดือนพฤษภาคมแล้ว แต่มากระทบเดือนมิถุนายนนี้เต็มที่ เด็กเปิดเทอมไหนจะต้องซื้อหาอุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียน ไหนจะค่ารถ ค่าเดินทาง ค่าจุกจิกช่วงแรกๆซึ่งจะเยอะเป็นพิเศษ ปัจจัยนี้เกิดทุกปี ซึ่งปีก่อนเท่าที่ผมทำได้ก็ซบเซาพอๆกันเลยครับ
2.เดือนมิถุนายนไม่มีวันหยุดเลย
หลายๆคนอาจจะงงนิดหน่อย แต่เท่าที่ผมคิด การที่เดือนไหนไม่มีวันหยุดก็แสดงว่าวันทำงานมากขึ้น ก็ทำให้ออกนอกบ้านมากขึ้น มีการใช้จ่าย อุปโภค บริโภค มากขึ้น ค่าเดินทางมากขึ้น แต่เงินเดือนกลับเท่าเดิม(สำหรับคนที่ไม่ได้เงินรายวัน) และผมเทียบกับเดือน พฤษภาคมและเดือนกรกฏาคมที่มีวันหยุดแทรก เดือนที่มีวันหยุดจะทำงานประมาณ 18-20 วัน แต่เดือนมิถุนายนนี้ไม่มีวันหยุดต้องทำงานถึง 22 วัน นี่ขนาดนับในกรณีที่ทำงานแค่วันจันทร์ – ศุกร์เท่านั้นนะครับเนี่ย
3.การเลือกตั้ง 2554
หลายๆคนน่าจะเข้าใจเหมือนผม แต่ก็อาจจะมีอีกหลายคนแอบงง ซึ่งเท่าที่ผมคิดนะครับ ที่กระทบจริงๆคือความกลัวของประชาชนที่การเมืองนั้นไม่มีความแน่นอน หลังจากการเลือกตั้ง 3 ก.ค.54 แล้วไม่รู้ฝ่ายไหนจะได้ จะมีเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงอีกรึเปล่า ค่าครองชีพจะเป็นยังไง สินค้าจะแพงยิ่งขึ้นไหม ค่าน้ำมันอีกล่ะ ซึ่งเรื่องพวกนี้ขึ้นอยู่กับการเมืองทั้งสิ้น ทำให้คนที่คิดจะจับจ่ายสินค้าอะไรยิ่งต้องรอบคอบมากขึ้น เผื่ออนาคตและวันข้างหน้าที่ไม่รู้ว่าการเมืองไทยจะทำให้ประเทศร้อนเป็นไฟอีกเท่าไหร่ ซึ่งก็ได้แต่ถอนหายใจกันหลายๆเฮือกกันเท่านั้นครับ




